สวนโคตรเหง้ารำลึก

อ.เมือง จ.ราชบุรี

IMG_6966

IMG_6963

IMG_6960

สวนโคตรเหง้ารำลึก เริ่มเสร้างเมื่อ พ.ศ. 2550  ขนาด 1 ไร่  เกิดขึ้นจากความต้องการ รำลึกโคตรเหง้าเฉพาะตน(ดร.อุดม สมพร) และโคตรเหง้า ยวน หรือ เจ้าเฮา ที่เคลื่อนย้ายมาจากเมืองเชียงแสนเมื่อพุทธศักราช 2347  มาตั้งถิ่นฐานที่บริเวณนี้  1. ต้องการให้เป็นร่องรอยความเป็นมาของ ไท-ยวน แก่คนรุ่นหลังที่จะเกิดมา  2. ต้องการให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางพฤกษศาสตร์ (ข้อมูลต้นไม้ได้ใช้ข้อมูลจากหนังสือ “ป่าไม้ยืนต้นของไทย เล่ม 1 ฉบับปรับปรุงใหม่ ของ เอี่ยมพร วีสมหมาย ปณิฐาน แก้วดวงเทียน และสารานุกรมสมุนไพร ของ วุฒิ  วุฒิธรรมเวช  และพจนานุกรรมฉบับบัณฑิตยสถาน เป็นหลัก)  3. ต้องการให้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจแก่ผู้สัญจรผ่านไปมา

ในสวนโคตรเหง้ารำลึกมีเนื้อหาอยู่ 5 ส่วน คือ 1. ต้นไม้น้อยใหญ่ ที่ ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อแม่ เคยใช้สอยเลี้ยงดูลูก  ใช้เป็นสมุนไพร ที่อยู่ อาศัย เครื่องมือทำกิน  ต้นไม้ที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา จำนวนประมาณ 116 ชื่อ  2. หินแกะสลักจำลองประวัติพุทธศาสนาตอนปฐมเทศนา ธรรมจักร ศิลปะสมัยทราวดี  หินสลักอักษร ไท-ยวน “เยธมฺมา” 3. หินสลักอักษรไท-ยวน(อักษรธรรมล้านนา) 4. หินสลักพระสูตร ธมัมจักกปปวัตนสูตร  5. หินสลักอนุสาวรีย์โคตรเหง้าเฉพาะตน

ที่ตั้ง หลังวัดแคทราย หมู่ 13 ต.คูบัว อ.เมือง จ.ราชบุรี

แผนที่


ภาพถ่าย


สวนโคตรเหง้ารำลึก

สวนโคตรเหง้ารำลึกแห่งนี้  ดร.อุดม สมพร ลูกชายของคุณพ่อเนี่ยม สมพร คุณแม่ชวา สมพร  จัดสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2550  เดิมพื้นที่แห่งนี้เป็นผืนเดียวกัน เรียกว่า “ทุ่งขอนแดง” เพราะมีต้นไม้แดงขึ้นอยู่มาก พื้นที่แห่งนี้เป็นมรดกของ คุณปู่จันทร์ สมพร  ที่ตกทอดมาสู่คุณพ่อเนี่ยม สมพร ต่อมานางสาวสุนีย์  สมพร  น้องสาวของ ดร.อุดม สมพร  ได้รับมรดกตกทอดจากคุณพ่อ ต่อมา นางมัลลิกา สมพร และนางสาว มนลดา สมพร  ลูกสาวของ ดร.อุดม  สมพร ได้ซื้อที่นาที่เป็นสมบัติของนางสุนีย์ผู้เป็นอา ไว้จำนวน 5 ไร่  ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ลูกสาวทั้งสองคน ได้ยกที่ดินแห่งนี้จำนวน 1 ไร่ ให้จัดสรรเป็นสวนโคตรเหง้ารำลึก เพื่อ

  1. เป็นสถานที่รำลึกถึง พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย
  2. เป็นสถานที่รำลึกถึงโคตรเหง้า ไท-ยวน บรรพชนของยวนในชุมชนนี้ โดยใช้อักษรยวนและต้นไม้ที่จารึกอักษรยวน เป็นชื่อปรากฎบนก้อนหิน  และใช้ต้นไม้ที่โคตรเหง้ายวนเคยพาลูกหลานไปใช้ประโยชน์เป็นอาหาร  เครื่องเรือน ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค ใช้เป็นสีย้อมผ้า  แม้กระทั่งความเชื่อที่มีต่อต้นไม้  อาทิ ไม้แงะ ไม้เปา ตองตรึง คราม สรี หนาด ฯลฯ
  3. ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางพฤษศาสตร์  ศาสนา และภาษาให้แก่เยาวชน
  4. ใช้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ในยามแห้งแล้ง  ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดภาวะโลกร้อน

สวนโคตรเหง้ารำลึกแห่งนี้สร้างด้วยเงินบำนาญ  เงินกู้ ช.พ.ค. ของ ดร.อุดม สมพร  และเงินสนับสนุนจากครอบครัว และจากผู้มีจิตศรัทธาที่เห็นว่าวัตถุประสงค์ของการสร้างสวนเป็นเรื่องที่ดี  ท่านเหล่านั้น อาทิ คุณหญิงศิริจันทร์ ภิรมย์ภักดี  หลวงปู่สนั่น จิณธมฺโม  และศิษย์ของท่านอาทิ คุณสมพิศ ศิริพักตร์ฺ  คุณสุนีย์  สมพร คุณสมสมัย พรหมมี ฯลฯ

จารึกภาษาโคตรเหง้ายวนของเฮา

ยวนเชียงแสนได้รับการเคลื่อนย้ายจากเมืองเชียงแสน อาณาจักรล้านนาในอดีต  เมื่อพุทธศักราช 2347  ด้วยเหตุผลการป้องกันหัวเมืองฝ่ายให้พ้นจากการรุกรานของพม่า  ยวนกลุ่มต่างๆ 5 กลุ่มแยกย้ายกันไปอยู่หลายที่  เช่น เมืองเชียงเงินในประเทศลาว เมืองเชียงใหม่ เมืองลำปาง เมืองน่าน และเดินทางลงมาอยู่ที่สระบุรีและราชบุรี  ยวนที่ราชบุรีได้แยกย้ายไปตามกลุ่มญาติพี่น้อง แบ่งเป็นพวกยวนข้อย  ไปอยู่ที่ต่างๆ เช่น ดอนแร่ ห้วยไผ่ หนองโพ หนองปลาหมอ ฯลฯ  ส่วนยวนข้า ตั้งถิ่นฐานที่บ้านคูบัว  บ้านหัวนา ดอนปิน ต้นแหม นาขมุ หนองปะดอ หนองบัว และบ้านไร่ต้นมะม่วง  แต่เดิมบรรพชนยวนก็คงใช้ชีวิตคนเมืองล้านนาเชียงแสนอย่างเคร่งครัด  ต่อมาในปัจจุบัน (พ.ศ.2555) ลูกหลานยวนในพื้นที่ดังกล่าว  ได้ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ให้เข้ากับยุคสมัย  เพื่อความอยู่รอดในสังคมจึงได้ละเลยวิถีชีวิตที่เป็นอัตลักษณ์ของโคตรเหง้ายวนไปเสียสิ้น เช่นการแต่งกายด้วยชุดยวน  การกินข้าวเหนียว น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง การกินอาหารบนสะโตก(ขันโตก) การนับถือผีโคตรเหง้าทางฝ่ายแม่  แม้กระทั่งภาษายวนทั้งเขียนและอ่าน ทั้งพูดไม่ได้ส่อตระกูลกันอีกแล้ว  เรามีความเชื่อว่าไม่เกิน 50 ปีต่อจากนี้ไป  ความเป็นยวนจะหดหายไปสิ้น ฉะนั้นเพื่อให้เหลือร่องรอยว่าครั้งหนึ่งในอดีตคนพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของคนเชื้อสายยวนเมืองเชียงแสนมาตั้งแต่พุทธศักราช 2347  ตัวเฮาจึงได้จารึกตัวอักษรยวน เทียบกับตัวอักษร ไท-น้อย  เพื่อการศึกษาโคตรเหง้าให้แก่ลูกหลาน ที่สนใจ ดังต่อไปนี้


 

ข้อมูลอ้างอิงจาก หลักศิลา สวนโคตรเหง้ารำลึก