ล่องเรือ”ตามลอยเสด็จประพาสต้น” ที่ ดำเนินสะดวก
วันนี้ผมจะพาไปเที่ยวย่านตลาดน้ำดำเนินสะดวก ตลาดน้ำเก่าแก่อายุร้อยกว่าปี เชื่อว่าหลายคนรู้จัก ด้วยความที่รู้จักจึงไม่แวะขับผ่านไปโน่นเลย…ช้าก่อนๆ  คุณอาจรู้เพียงผิวๆ  เดี๋ยวจะพลาด ยังมีอีกหลายอย่างที่ซ่อนอยู่ที่นี่  ไปค้นหากัน…..

 

ผมวางแผนว่าจะใช้เวลา 1 วันครึ่ง กับ 1 คืน ไม่ต้องง้อวันหยุดยาวก็เที่ยวได้
เริ่มจากจองที่พักใกล้ๆ ได้อารมณ์ตลาดน้ำไทยๆ ดี และราคาสัมผัสได้  คำตอบที่ได้คือ ไม้แก้วดำเนิน รีสอร์ท ตรงใจมากๆ  แค่เห็นบรรยากาศ และสระว่ายน้ำหรูอลังการก็รีบจองเลย  …งานนี้จะได้โชว์วันแพค(อิอิ)  ราคาห้องสแตนดาร์ดเริ่มที่ 1,900 บาท ไปจนถึงเรือนไทยแบบขุนแผนกับนางพิมพิลาไลยในวรรณคดีไทย ราคา 4,500 บาท

IMG_1425_resize

เช็คอิน ตอนบ่าย 2 โมง ผมเลือกพักแบบวิลล่าหลังล่ะ 2,900 บาท(วันธรรมดา)  เป็นหลังเดี่ยวๆมีบึงน้ำด้านหน้า ร่มรื่น เป็นส่วนตัว เปิดห้องเข้าไปประทับใจหลายๆ  ผนังห้อง พื้นห้องเป็นไม้แท้ๆ(ไม่รู้ไม้อะไร) ผนังกระจกใสมองเห็นด้านนอกโปร่งตา สำรวจห้องน้ำมีอ่างให้แช่ ตกแต่งแบบไทยสมัยใหม่ กว้างโปร่งดี สรุปว่าเหมือนได้ห้องดีพรีเมี่ยมเลยล่ะ

DSC_5903_resize

หลังจากนั้นก็เดินสำรวจรีสอร์ท มีร้านกาแฟน่านั่งหลังคาปกคลุมด้วยไม้เรื้อย เติมกาแฟกับบรรยากาศชิลๆ

วันนี้มีแขกผู้ใหญ่มาพักสัมมนาเป็นกลุ่มใหญ่ มีรถยนต์นำเที่ยว คันยาวๆ นั่งได้หลายคน และจักรยานไว้คอยบริการด้วย

DSC_0455_

ตกบ่าย 4 โมงแดดเริ่มอ่อน ลมเย็นๆ ผมละเลงทาครีมกันแดดไปลงสระว่ายน้ำใหญ่กลางรีสอร์ท มาถึงสระว่ายน้ำต้องยืนตะลึงแป๊ป เพราะมันสวยมาก มีต้นมะพร้าวสูงชะลูด เหมือนอยู่บนเกาะกลางทะเลแต่มีบ้านทรงไทยแปลกดีๆ อีกสระมีจากุซซี่นวดตัว ถ่ายรูปออกมาแล้วดูสวยและไฮมาก  เล่นจนหิวที่นี่มีบาร์สั่งอาหาร หรือ จะผ่อนคลายด้วยการนวดสปา ก็ตามสะดวก  …ว่ายน้ำจนค่ำกลับห้องพักหลับสนิทเลย

IMG_1515_resize

IMG_1447_resize

IMG_0736

8 โมงเช้าตื่นมารับประทานอาหารแบบบุฟเฟ่ที่รีสอร์ทจัดเตรียมไว้ให้ที่ห้องอาหาร ที่ชอบก็คือสลัด เพราะที่นี่มีโรงปลูกผักแบบออร์แกนิคเพื่อป้อนสู่โรงครัวและจำหน่ายให้กับคนภายนอกด้วย

START

9 โมงเช้า ได้เวลาล่องทริปเรือซึ่งทางรีสอร์ทจัดเป็นทริปแบบ ครึ่งวัน หรือเต็มวัน ไว้ให้กับนักท่องเที่ยวได้เลือกไว้หลายแบบ เช่น  ล่องเรือตามลอยเสด็จประพาสต้น , ล่องเรือนั่งช้าง , อิ่มบุญ และอีกหลายทริป  สำหรับครั้งนี้ผมเลือกทริป ล่องเรือตามรอยเสด็จประพาสต้น ค่าใช้จ่าย 1,000 บาท/ลำ นั่งได้ 6 คน  ใช้เวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมง

1โดยลงเรือที่ท่าเรือของรีสอร์ทสะดวกดี เรือล่องเข้าสู่คลองต้นเข็มซึ่งเราจะเรียกกันว่าตลาดน้ำดำเนินนี่แหละ เมื่อเข้าสู่ตลาดเรือยนต์ต้องดับเครื่องและใช้ไม้พายแทน หากฝ่าฝืนจะถูกปรับ 500 บาท เพื่อแก้ปัญหาเสียงดังและควันดำ เพราะที่นี่เรือล่องเข้ามาเยอะมาก ยิ่งถ้าเป็นวันหยุดคนจะมาเที่ยวหนาแน่น

 

IMG_1302_resize

IMG_3411_resize_resize

มีของขายมากมายทั้งผลไม้ ของกิน ของประดับตกแต่ง ทั้งสองฝั่งคลอง พ่อค้าแม่ค้าเรียกทักทายผมเป็นภาษาอังกฤษแบบไม่เคอะเขินเลย

2เรือจอดจุดแรกที่ เตาตาลบังเละ เป็นจุดที่แวะชมการทำน้ำตาลมะพร้าว เมื่อขึ้นท่าเรือก็จะได้ยินเสียงหวานเชิญชวนดื่มน้ำตาลมะพร้าวเย็นๆ ฟรี รสชาติดีใหม่สด…จากนั้นก็เดินไปดูวิธีการทำน้ำตาลมะพร้าว กวนน้ำตาล และ ปั้นน้ำตาลมะพร้าวกันตรงนั้นเลย และมีให้เราชิมฟรีด้วย หว๊านหวาน  นอกจากนี้ภายในเตาตาลบังเละก็มีของที่ระลึกจำหน่ายด้วย

 

IMG_1323_resize

IMG_8868_resize_resize

3อยู่ที่เตาตาลบังเละนานเดี๋ยวจะเป็นเบาหวาน  จึงลงเรือเพื่อไปไหว้สักการะหลวงพ่อลพบุรีราเมศร์ที่วัดโชติกายาราม หลวงพ่อลพบุรีราเมศร์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยสุโขทัย – ลพบุรี เดิมอยู่ที่วัดร้างในจังหวัดลพบุรี เป็นพระพุทธรูปศิลาแลง

เหตุการณ์สำคัญที่นี่ก็คือ

– เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมพ.ศ. 2447 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) เสด็จประพาสต้นโดยทางเรือ ทรงให้นำเรือพระที่นั่งเทียบหน้าวัด ตรงศาลาการเปรียญ หลวงพ่อช่วงได้ทราบจึงนำพระลูกวัด 5 รูป ลงมาสวดชัยมงคลคาถาต้อนรับ พระองค์ทรงพอพระราชหฤทัยเป็นยิ่งนัก ทรงถวายปัจจัยเพื่อบูรณะวัด 10 ชั่ง ถวายพระรูปละ 1 ตำลึง และแต่งตั้งพระอธิการช่วง เป็นพระครูวรปรีชาวิหารกิจ ณ ศาลาท่าน้ำของวัดโชติฯ และโปรดเกล้าฯ ให้ทหารมหาดเล็กจัดที่ประทับบนศาลา ทรงให้พนักงานเครื่องต้นประกอบพระกระยาหารสำหรับเสวย ที่ศาลาท่าน้ำศาลาการเปรียญหลังปัจจุบัน

– วันเสาร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2510 เวลา 12.00 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จมาบำเพ็ญพระราชกุศ ถวายผ้าพระกฐินต้น ณ วัดโชติทายการาม ในเทศบาลออกพรรษา ตามคำกราบบังคมทูลอัญเชิญเสด็จพระราชดำเนินของประชาชนชาวดำเนินสะดวกที่ ปรารถนาจะได้เข้าเฝ้าชมพระบารมีของทั้งสองพระองค์

(ข้อมูลจากวิกีพีเดีย)

IMG_1339_resize

4อิ่มอกอิ่มใจแล้วก็ลงเรือไปสู่ตำนานเล่าขานของคลองดำเนินสะดวก “บ้านเจ๊กฮวด” สถานที่ๆ แสดงถึงร่องรอยประวัติศาสตร์ที่รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จประพาสต้นซึ่งน้อยคนจะรู้ คนเรือพาเราเข้าสู่ซอกซอยคลองในชุมชน เมื่อถึงบ้านเจ๊กฮวด ภายนอกก็เหมือนบ้านไม้ยกพื้นธรรมดาทั่วไป พอขึ้นไปก็พบกับป้ายพระราชทาน เล่ากันว่ามีแค่ 7 ป้ายในประเทศไทย
ตามประวัติเล่าว่า –  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5)ได้เสด็จทรงเรือมาดพายไปตามลำพัง เพื่อต้องการทราบความเป็นอยู่ของราษฎร เมื่อเสด็จมาถึงบ้านนางผึ้ง แซ่เล้า ทอดพระเนตรเห็นคนอยู่บนบ้านจึงรับสั่งให้พายเรือเข้าไป นางผึ้งเห็นคนแปลกหน้า แต่งกายภูมิฐานจอดเรือที่หน้าบ้านจึงร้องเชิญให้ขึ้นบ้าน พระองค์จึงเสด็จขึ้นไปประทับบนบ้าน นางผึ้งสั่งให้ลูกชาย คือเจ๊กฮวด ยกกะบะใส่กับข้าว และหม้อข้าวถ้วยชามออกมา แล้วร้องเชิญให้พระองค์ทรงเสวยด้วยคำพูดธรรมดา ในขณะที่พระองค์ท่านกำลังเสวยพระกระยาหารที่ทูลเกล้าถวาย เจ็กฮวดนั่งจ้องมองพระองค์ท่านอย่างไม่กระพริบตามองแล้วก็หันไปมองดูพระบรมฉายาลักษณ์ที่หิ้งบูชา แล้วลุกขึ้นไปหยิบผ้าขาวม้ามาพาดไหล่ ร้องว่า “คล้ายนัก คล้ายนักขอรับ” และก้มกราบหลายครั้งหลายหน พระองค์ท่านตรัสถามว่า “คล้ายนัก คล้ายนัก คล้ายอะไร”เจ๊กฮวดตอบว่าคล้ายพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงตรัสว่า ฉลาดและตาแหลมดีจะตั้งให้เป็นมหาดเล็กเอาไหม เจ๊กฮวดพยักหน้าแล้วกราบทูลว่า เอาขอรับ พระองค์จึงตรัสสั่งให้กรมพระยาดำรงราชานุภาพเขียนพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้นายเจ๊กฮวด แซ่เล้า เป็นมหาดเล็ก ซึ่งในหนังสือตราตั้งนั้นพระองค์ทรงประทับตราและลงพระปรมาภิไธยมอบให้เจ๊กฮวด ตั้งแต่นั้นมาชาวบ้านจึงเรียกเจ็ดฮวดว่า เจ๊กฮวดมหาดเล็ก ปัจจุบันเจ๊กฮวดมหาดเล็กได้ถึงแก่กรรมแล้ว คงเหลือแต่ลูกหลานที่เก็บรักษาถ้วยชาม และกระบะใส่กับข้าวไว้เป็นอย่างดี เพื่อให้เยาวชนรุ่นหลังได้ศึกษาประวัติศาสตร์ ด้วยความภาคภูมิใจ

IMG_1346_resize

IMG_1347_resize

IMG_1350_resize

5จากนั้นเรือก็พาเราชมวิถีชีวิตริมคลองของคนไทยเชื้อสายจีนที่ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก ซึ่งเป็นตลาดน้ำเก่าแห่งแรกก่อนที่จะมีตลาดน้ำดำเนินฯ ในปัจจุบัน

 

IMG_1273_resize

6ลงเรือต่อกัน….ไปสักการะหลวงพ่อโตที่วัดราษฎร์เจริญธรรม (วัดสุน) ที่คลองลัดพลี ชื่อคลองนี้เพี้ยนมาจากคำว่า คลองลัดราชบุรี ซึ่งเป็นคลองที่ลัดไปยังอำเภอเมืองราชบุรี ผมมโนเอาว่าตอนพายเรือสวนกันชาวบ้านจำเป็นต้องพูดเร็วๆ ก็เลยพูดสั้นๆ จนเพี้ยนมาเป็นคำว่า “คลองลัดพลี”

 

IMG_1353_resize

วัดราษฎร์เจริญธรรม  เดิมมีผู้เรียกชื่อวัดแตกต่างกันไปอาทิ วัดแมวแขวน เหตุที่เรียกเพราะว่ามีคนเอาแมวมาโยนทิ้ง แล้วไปค้างต้นไม้อยู่จนแห้ง จึงได้เรียกว่าวัดแมวแขวน วัดศาลเจ้า เหตุเพราะมีศาลเจ้าเล็กอยู่หน้าอุโบสถ วัดต้นมะกอก เหตุที่เรียกเพราะว่าหน้าวัดมีต้นมะกอกขึ้นอยู่หนาแน่น และวัดสุนทราราม เหตุที่เรียกเพราะว่าตั้งชื่อตามนามสกุลของ ไวยาวัจกรดำเนินการสร้าง คือขุนชาติ สุนทโรดมวัดสุนทราราม โดยตั้งชื่อตามขุนชาติสุนทโรดม ไวยาวัจกรที่ดำเนินการสร้างวัดจนสำเร็จ

ภายในพระอุโบสถมีพระพุทธรูปหลวงพ่อโต ซึ่งเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ มีฝาผนังรอบพระอุโบสถเป็นภาพ จิตกรรมร่วมสมัยเกี่ยวกับไตรภูมิและพุทธประวัติ ที่มีความงดงามและโดดเด่น ปัจจุบันมีประชาชนเดินทางมาเคารพสักการะหลวงพ่อโตเป็นจำนวนมาก และคณะกรรมการวัดได้กำหนดจัดงานสมโภชน์หลวงพ่อโตเป็นประจำทุกปี

ด้านหน้าวัดมีเรือพายขายอาหารจอดเทียบท่าอยู่หลายลำ มีชาวบ้านชาวเรือในระแวกนี้มารับประทานกันเป็นประจำ  แต่สำหรับผมมันเป็นภาพแปลกตา

IMG_1355_resize

 

7ใกล้เที่ยงแล้ว จบทริปพอดีได้เวลากลับไปรับประทานอาหารที่ทางรีสอร์ทจัดเตรียมไว้ให้  โต๊ะอาหารจัดเตรียมไว้สวยงาม อาหารเป็นแบบไทยๆ รสชาติดี  ….จบทริปการเดินทางล่องเรือด้วยความอิ่มอร่อยและความประทับใจจนอยากเล่าให้ฟัง

 

IMG_1364_resize